การวิจัยแบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อทำนายค่าใช้จ่ายของนักเรียน ณ ธนาคารโรงเรียนเทพศิรินทร์ สมุทรปราการ
Abstract
การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงทดลองมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์เชิงคณิตศาสตร์ ของค่าใช้จ่ายของนักเรียนที่มีการฝากเงินกับธนาคารโรงเรียน และเพื่อหาตัวแบบสำหรับทำนายค่าใช้จ่ายในการออมเงิน โดยการวิจัยครั้งนี้ได้วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ โดยเก็บข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทุติยภูมิ ซึ่งเป็นข้อมูลที่รวบรวมจากฐานข้อมูลของสถานศึกษา โดยจากการสำรวจและเก็บข้อมูลตั้งแต่ปี 2565 – 2567 จำนวนทั้งหมด 2,760 ราย สุ่มชุดข้อมูลออกมา 1 ชุดทุก ๆ 40 ชุดข้อมูล สุ่มมาทั้งสิ้น 69 ชุด และทางผู้วิจัยได้ดำเนินการประมวลผลข้อมูลทั้งหมดโดยใช้โปรแกรม SPSS ในการวิเคราะห์และสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ในการออมเงิน โดยใช้การทดสอบสมมติฐานและวิเคราะห์ข้อมูลโดยวิธีการถดถอยเชิงพหุคูณ ซึ่งพิจารณาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ด้วยวิธีการ Stepwise Regression และเลือกใช้ผลที่ได้จาก R square โดยระยะเวลาในการทำการวิจัยอยู่ระหว่างเดือนกันยายน – ตุลาคม 2567 โดยตัวแปรที่ใช้ในการศึกษาในครั้งนี้ประกอบด้วยปัจจัยด้านประชากรศาสตร์ ได้แก่ อายุ, เพศ และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ ความต้องการเพื่อสิ่งที่สนใจ ความต้องการเพื่อการศึกษา และความต้องการเพื่อปัจจัย 4 โดยแบ่งระดับความต้องการตั้งแต่ 0-5 โดยนับระดับตั้งแต่ไม่สนใจสิ่งนั้น ๆ จนถึงระดับความสนใจทั้งหมด ผลการวิจัยพบว่า ลักษณะทางประชากรศาสตร์ของกลุ่มตัวอย่างได้เป็นเพศชาย 44.93% และเพศหญิง 55.07% โดยส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 15 ปีขึ้นไป คิดเป็น 84.06% โดยลักษณะทางประชากรศาสตร์ที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการออมของนักเรียนมีเพียงปัจจัยด้านอายุเท่านั้น โดยปัจจัยด้านเพศไม่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการออมเงินทุกตัวแบบ และในส่วนลักษณะการออมเงินในด้านความต้องการของสิ่งที่สนใจนั้นพบว่า มีความสัมพันธ์กันค่อนข้างสูง สำหรับแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่ได้จากการวิเคราะห์พบว่า มีความแม่นยำต่ำเมื่อวิเคราะห์โดยกลุ่มการออมเพื่อปัจจัย 4 แต่เมื่อแยกตามลักษณะของการออมเงินในกลุ่มต่าง ๆ กลับให้ความแม่นยำที่สูงขึ้น ทั้งนี้ บางตัวแบบที่ได้อาจไม่ได้นำตัวแปรทุกตัวเข้ามาร่วมคำนวณ เนื่องจากตัวแปรต้นที่มีความสัมพันธ์กันสูง และได้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ทั้งสิ้น 8 แบบ