การบริหารคลังสินค้าทีมีอายุในการใช้งาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสินค้าคงคลัง
Abstract
บทความปริทัศน์ฉบับนี้นำเสนอการวิเคราะห์และสังเคราะห์งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการคลังสินค้าที่มีอายุจำกัด ซึ่งเป็นสินค้าที่มีวันหมดอายุชัดเจน เช่น ปูนซีเมนต์ กาว และยาแนว โดยมุ่งเน้นการศึกษากระบวนการ เทคนิค และเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและการหมุนเวียนสินค้าภายในคลัง รวมถึงการลดความสูญเสียจากสินค้าหมดอายุ ผ่านการใช้ระบบ FIFO และ FEFO การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น ระบบ WMS, ERP, RFID และ IoT เพื่อการติดตามและควบคุมสถานะสินค้าแบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ยังได้นำเสนอแนวคิดด้านการจัดการสินค้าคงคลัง เช่น ABC Analysis, EOQ, JIT ที่สามารถประยุกต์ใช้ในธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงจากการหมดอายุของสินค้า
จากการทบทวนงานวิจัยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่าเทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารคลังสินค้าทั้งในเชิงลดต้นทุนและเพิ่มความแม่นยำของข้อมูล อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหาร และส่งผลให้ธุรกิจสามารถรักษาคุณภาพสินค้า และตอบสนองความต้องการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิผลอย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดในด้านการลงทุน และความพร้อมของบุคลากร รวมถึงความเหมาะสมของเทคโนโลยีในแต่ละบริบทธุรกิจ
บทความสรุปข้อค้นพบที่สำคัญและชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการวิจัย และพัฒนาระบบบริหารคลังสินค้าสำหรับสินค้าที่มีอายุจำกัดในอนาคต ทั้งในด้านการพัฒนาเครื่องมือทางเทคโนโลยี การบริหารทรัพยากรบุคคล และการออกแบบกระบวนการทำงานเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของธุรกิจไทย